วงจรการพัฒนาระบบ

posted on 02 Oct 2008 13:08 by aofsa80

วงจรการพัฒนาระบบ (SDLC)

1.กำหนดปัญหา

 เป็นขั้นตอนการระบุปัญหา และจุดมุ่งหมายของการพัฒนาระบบงาน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญมาก เพราะใช้ในการกำหนดทิศทางในการพัฒนาระบบงานให้ชัดเจน ในการระบุปัญหามักได้มาจากพนักงานทำงานแล้วพบว่างานที่ทำอยู่มีปัญหาเกิดขึ้น หรือไม่พอใจกับระบบงานเดิมที่เป็นอยู่ ในการระบุปัญหาสามารถทำได้โดยสังเกตว่าลักษณะงานเดิมสามารถนำระบบสารสนเทศมาปรับปรุงให้การทำงานสะดวกรวดเร็วได้หรือไม่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการทำงาน หรือสู่กับคู่แข่งในด้านสารสนเทศได้อย่างไร

2.วิเคราะห์ปัญหา.

เป็นขั้นตอนการวิเคราะห์ระบบ ซึ่งเป็นการนำสิ่งที่รวบรวมข้อมูลจากขั้นตอนที่1 มา ทบทวนอีกครั้ง และนำมาสร้างเป็นแบบจำลองเชิงตรรกะ (Logical Model) โดยนักวิเคราะห์ระบบจะออกแบบไปตามความต้องการของผู้ใช้ว่าควรมีลักษณะการทำงานของระบบมีรูปแบบที่แสดงผลออกมาอย่างไร มีการจัดเก็บข้อมูลอะไรบ้าง วิเคราะห์ออกมาในรูปแบบของแผนภาพกระแสข้อมูล (Data Flow Diagram) และพจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary)

3.ออกแบบ 

 เป็นขั้นตอนการออกแบบระบบงานโดยมีจุดมุ่งหมายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหานั้นจะต้องทำอย่างไร ซึ่งในขั้นตอนนี้แบบจำลองเชิงตรรกะ (Logical Model) จะถูกสร้างให้เป็นแบบจำลองทางกายภาพ (Physical Model) คือการออกแบบให้ระบบนั้นสามารถปฏิบัติงานได้จริง

4.พัฒนา

 ขั้นตอนนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างโปรแกรมเมอร์และนักวิเคราะห์ระบบเพื่อพัฒนาระบบ ซึ่งต้องนำส่วนที่ได้จากการวิเคราะห์ระบบในขั้นตอนที่3 และการออกแบบระบบในขั้นตอนที่4 มาใช้ ซึ่งในขั้นตอนนี้จะต้องมีการจัดทำเอกสารและฝึกอบรมผู้ใช้งานควบคู่ไปด้วย 

ขยายความ การพัฒนาระบบ (Construction) ในขั้นตอนนี้โปรแกรมเมอร์จะเริ่มเขียนและทดสอบโปรแกรมว่า ทำงานถูกต้องหรือไม่ ต้องมีการทดสอบกับข้อมูลจริงที่เลือกแล้ว ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย เราจะได้โปรแกรมที่พร้อมที่จะนำไปใช้งานจริงต่อไป หลังจากนั้นต้องเตรียมคู่มือการใช้และการฝึกอบรมผู้ใช้งานจริงของระบบระยะแรกในขั้นตอนนี้นักวิเคราะห์ระบบต้องเตรียมสถานที่สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วจะต้องตรวจสอบว่าคอมพิวเตอร์ทำงานเรียบร้อยดีโปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมตามข้อมูลที่ได้จากเอกสารข้อมูลเฉพาะของการออกแบบ (Design Specification) ปกติแล้วนักวิเคราะห์ระบบไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการเขียนโปรแกรม แต่ถ้าโปรแกรมเมอร์คิดว่าการเขียนอย่างอื่นดีกว่าจะต้องปรึกษานักวิเคราะห์ระบบเสียก่อน เพื่อที่ว่านักวิเคราะห์จะบอกได้ว่าโปรแกรมที่จะแก้ไขนั้นมีผลกระทบกับระบบทั้งหมดหรือไม่ โปรแกรมเมอร์เขียนเสร็จแล้วต้องมีการทบทวนกับนักวิเคราะห์ระบบและผู้ใช้งาน เพื่อค้นหาข้อผิดพลาด วิธีการนี้เรียกว่า "Structure Walkthrough " การทดสอบโปรแกรมจะต้องทดสอบกับข้อมูลที่เลือกแล้วชุดหนึ่ง ซึ่งอาจจะเลือกโดยผู้ใช้ การทดสอบเป็นหน้าที่ของโปรแกรมเมอร์ แต่นักวิเคราะห์ระบบต้องแน่ใจว่า โปรแกรมทั้งหมดจะต้องไม่มีข้อผิดพลาด หลังจากนั้นต้องควบคุมดูแลการเขียนคู่มือซึ่งประกอบด้วยข้อมูลการใช้งานสารบัญการอ้างอิง "Help" บนจอภาพ เป็นต้น นอกจากข้อมูลการใช้งานแล้ว ต้องมีการฝึกอบรมพนักงานที่จะเป็นผู้ใช้งานจริงของระบบเพื่อให้เข้าใจและทำงานได้โดยไม่มีปัญหาอาจจะอบรมตัวต่อตัวหรือเป็นกลุ่มก็ได้  

5. ทดลอง 

เป็นขั้นตอนการทดสอบระบบ เพื่อให้แน่ใจว่าระบบที่พัฒนาขึ้นมาสามารถใช้ได้จริงและถูกต้องตามความต้องการของผู้ใช้ โดยไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ ซึ่งในการทดสอบควรใช้ข้อมูลที่ปฏิบัติงานจริงมาทดสอบ เมื่อมีความผิดพลาดไม่ถูกต้องตามที่วิเคราะห์และออกแบบต้องทำการปรับแก้ โดยในการปรับแก้นั้นเอกสารต่าง ๆ ที่ได้จัดทำมาแล้วนั้นต้องนำมาปรับแก้ให้ตรงกับสิ่งที่แก้ไขนั้นด้วย 

6. ขั้นติดตั้งระบบ

หลังจากทดสอบระบบเรียบร้อยแล้วขั้นตอนต่อไป คือ ขั้นติดตั้งระบบโดยทำการต้องแต่การแปลงข้อมูล การกำหนดแฟ้มข้อมูล การUpdate ข้อมูล ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล จากนั้น จะทำการติดตั้งระบบ ซึ่งจะต้องทำการเลือกวิธีการติดตั้งระบบจากวิธีต่างๆ เช่น แบบขนาน แบบโดยตรง เป็นต้น นักออกแบบระบบจะต้องทำการเลือกวิธีการติดตั้งที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีผลกระทบการดำเนินงานขององค์กร 

7.บำรุงรักษา

เป็นขั้นตอนการบำรุงรักษาระบบ เพื่อให้ทำงานได้ในระดับที่ยอมรับได้ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบ เพราะอาจมีข้อผิดพลาดที่ไม่รู้มาก่อนขณะทำการทดสอบ หรือผู้ใช้มีความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป เทคโนโลยีต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไป ธุรกิจมีการขยายตัว หรือมีการ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารงาน ซึ่งถ้าต้นทุนของการ Maintenance ระบบสูงขึ้น ควรจะต้องนำมาเปรียบเทียบพิจารณาว่าควรจะ Maintenance ต่อหรือจะต้องกลับมาเริ่มพัฒนาระบบกันใหม่การวิเคราะห์และออกแบบระบบ เป็นวิธีการพัฒนาระบบงานจากระบบงานเดิมที่มีปัญหาเป็นระบบงานใหม่ที่ดีขึ้นโดยการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้ระบบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ__

ขยายความบำรุงรักษา (Maintenance) การบำรุงรักษาได้แก่ การแก้ไขโปรแกรมหลังจากการใช้งานแล้ว สาเหตุที่ต้องแก้ไขโปรแกรมหลังจากใช้งานแล้ว สาเหตุที่ต้องแก้ไขระบบส่วนใหญ่มี 2 ข้อ คือ 1. มีปัญหาในโปรแกรม (Bug) และ 2. การดำเนินงานในองค์กรหรือธุรกิจเปลี่ยนไป จากสถิติของระบบที่พัฒนาแล้วทั้งหมดประมาณ 40% ของค่าใช้จ่ายในการแก้ไขโปรแกรม เนื่องจากมี "Bug" ดังนั้นนักวิเคราะห์ระบบควรให้ความสำคัญกับการบำรุงรักษา ซึ่งปกติจะคิดว่าไม่มีความสำคัญมากนัก เมื่อธุรกิจขยายตัวมากขึ้น ความต้องการของระบบอาจจะเพิ่มมากขึ้น เช่น ต้องการรายงานเพิ่มขึ้น ระบบที่ดีควรจะแก้ไขเพิ่มเติมสิ่งที่ต้องการได้การบำรุงรักษาระบบ ควรจะอยู่ภายใต้การดูแลของนักวิเคราะห์ระบบ เมื่อผู้บริหารต้องการแก้ไขส่วนใดนักวิเคราะห์ระบบต้องเตรียมแผนภาพต่าง ๆ และศึกษาผลกระทบต่อระบบ และให้ผู้บริหารตัดสินใจต่อไปว่าควรจะแก้ไขหรือไม่    

edit @ 2 Oct 2008 13:15:25 by aofsa80exteen.com

วาฬบรูด้าเมืองไทย

posted on 23 Sep 2008 09:54 by aofsa80

ปลาวาฬบรูด้า (Bryde’s whale)


ชื่อวิทยาศาสตร์ Balaenoperta edini (Anderson, 1878)
Family: Balaenopteridae

รูปร่างคล้ายปลาวาฬฟินมาก แต่จะต่างกันตรงที่ ปลาวาฬบรูด้าจะมีสันบนหัว 3 สัน แต่วาฬฟินมีเพียงสันเดียว ปลาวาฬบรูด้าโตเต็มที่ยาว 14-15. 5 ม. หนัก 30 ตัน



จัดเป็นปลาวาฬที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในไทยที่ยังมีชีวิตอยู่ในขณะนี้ กินแต่แพลงก์ตอน สัตว์ขนาดเล็กด้วยการกรองกิน พบเห็นได้ไม่บ่อยนักแต่สามารถพบได้ทั่วทุกจังหวัดที่ติดทะเลของไทย

หากเพื่อนๆยังจำกันได้ ปลาวาฬบรูด้านี้ผมได้ไปจัดการกับซากมันไว้เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2546 ที่ผ่านมานี้เอง ปลาวาฬบรูด้าวัยเจริญพันธุ์ 9-13 ปี ให้ลูกครั้งละ 1 ตัวทุก 2 ปี ตั้งท้องนาน 10-12 เดือน ระยะให้นม< 12 เดือน อายุยืนถึง 50 ปี เวลาจมตัวดำน้ำจะโผล่หัวเล็กน้อยแล้วทิ้งตัวจมหายไปไม่โผล่ส่วนหางขึ้นมาเหนือน้ำ หากท่านใดมีโอกาสได้พบเห็นปลาวาฬขนาดใหญ่รูปร่างเช่นนี้ แต่ตอนจมตัวลงดำน้ำ โผล่หางตีน้ำกระจาย ขอความกรุณาถ่ายรูปให้ด้วยนะครับ อาจจะเป็นปลาวาฬชนิดอื่นก็ได้ และฟลุ้กๆอาจจะเป็นชนิดใหม่ของไทยก็ได้

 ขอขอบคุณเล่าสู่กันฟัง เรื่อง ปลาโลมาและปลาวาฬในไทย

นายกคนที่26ของไทย

posted on 22 Sep 2008 11:34 by aofsa80

นายกคนที่ 26

 

สมชาย วงศ์สวัสดิ์ สมรสกับ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ (น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) มีบุตร 3 คนคือ นายยศธนัน วงศ์สวัสดิ์ นางสาวชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ และ นางสาวชยาภา วงศ์สวัสดิ์

การศึกษา

สำเร็จการศึกษาจากนิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2513 ต่อมาปี 2516 เข้าศึกษาต่อเนติบัณฑิตไทย (นบท.) สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา เมื่อ 2539 ปริญญาบัตร หลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 38 และในปี 2545 รัฐประศาสนศาสตร์ มหาบัณฑิต หลักสูตรการจัดการภาครัฐและภาคเอกชนมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

การดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ในปี พ.ศ. 2550 เป็นรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ต่อมาในปี พ.ศ. 2551 รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และในเดือนกันยายน พ.ศ. 2551 รักษาการนายกรัฐมนตรี

17 กันยายน 2551 ได้รับการคัดเลือกจากสภา ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 26 ของประเทศไทย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

ขอขอบคุณข้อมูลจากวิกิพีเดียครับ